การกำหนดกลยุทธ์ (Strategy)


1. กลยุทธ์ระดับองค์กร (Corporate strategy)

กลยุทธ์การเจริญเติบโต (Growth strategies)

เป็น กลยุทธ์ที่จัดทำขึ้นเพื่อช่วยให้ยอดขาย กำไร และสินทรัพย์เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในระหว่างที่ธุรกิจอยู่ในขั้นที่กลังขยายตัว วัตถุประสงค์เพื่อการเจริญเติบโต เพื่อความอยู่รอดเป็นสำคัญ การสร้างความเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง อันจะนำมาซึ่งยอดขายที่สูงขึ้น ต้นทุนต่อหน่วยลดลง และเป็นผลเนื่องจากประสบการณ์ในการผลิตและเป็นผลทำให้กำไรสูงขึ้นอีกด้วย สำหรับ H.J. Heinz Company ถือ ได้ว่า ได้เน้นกลยุทธ์การเจริญเติบโตโดยวิธีทางลัด เพื่อตัดลดค่าใช้จ่ายทั้งทางด้านการเงินและการบริหารจัดการ กลยุทธ์ที่สำคัญของบริษัท คือ

1.1 กลยุทธ์การควบกิจการ (Merger)

ดำเนิน กลยุทธ์การขยายธุรกิจเพื่อลดต้นทุนทางด้านเทคโนโยลี ต้นทุนการผลิต เทคนิคและความชำนาญ ด้วยการควบรวมกิจการที่มีจุดแข็งในการดำเนินธุรกิจ    เช่น กรณีการควบรวมกิจการสายผลิตภัณฑ์ที่บริษัทไม่ชำนาญ กับ บริษัท Del Monte เป็นต้น

1.2 กลยุทธ์การซื้อกิจการ

ดำเนิน การการซื้อกิจการที่สามารถสร้างผลกำไรที่ดี เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่รวดเร็ว ลดขั้นตอนการดำเนินงาน เช่น กรณีการเข้าซื้อกิจการของ Born Food Corporation เป็นต้น

1.3 กลยุทธ์การร่วมเป็นพันธมิตรธุรกิจ

ดำเนิน การหาพันธมิตรทางธุรกิจให้เกิดขึ้นเพื่อลดช่องว่างทางการค้า โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องเพื่อลดต้นทุนด้านการจัดการและการ บริหารการเงิน เช่น กรณีการร่วมเป็นพันธมิตรกับ Hain Food Group เป็นต้น

1.4 กลยุทธ์การเติบโตในตลาดต่างประเทศ International strategic

บริษัท ได้ดำเนินการขยายธุรกิจออกต่างประเทศหลังจากที่ประสบความสำเร็จภายในประเทศ สหรัฐอเมริกา การทำตลาดและสร้างตราสินค้าให้เกิดขึ้นในหลายประเทศ เริ่มต้นจากการสร้างช่องทางการจัดจำหน่ายในลำดับแรกและนำไปสู่การสร้างโรง งานผลิตในแต่ละภูมิภาค ดังนี้ กลุ่มยุโรป คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 39%  ของยอดขายและ 42.60%  ของกำไร ในปี 2547        กลุ่ม ประเทศแถยเอเซียและแปซิฟิค ได้แก่ นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น จีน เกาหลี อินโดนีเซีย สิงห์โปร์ และไทย คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 15%  ของยอดขายและ 9.7%  ของกำไร  ในปี 2547   กลุ่มลาตินอเมริกา กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง และส่วนภูมิภาคอื่น คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 4.50%  ของยอดขายและ 2%  ของกำไร  ในปี 2547

1.5 กลยุทธ์การพัฒนาตลาด

เป็น กลยุทธ์ที่นำมาใช้เพื่อเพิ่มยอดขายและขยายการเติบโตโดยใช้ผลิตภัณฑ์ใน ปัจจุบันออกจำหน่ายในตลาดใหม่ กลุ่มลูกค้าในพื้นที่แห่งใหม่ เพื่อให้สามารถครอบคลุมให้ครบทุกพื้นที่ ทั้งในประเทศสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก

1.6 กลยุทธ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์

เน้น การปรับปรุงและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ดึงดูดใจลูกค้าในตลาดปัจจุบันและตลาดในอนาคตเพื่อให้เกิดความต้อง การและจดจำในผลิตภัณฑ์ ด้วยรูปแบบใหม่ ๆ คุณภาพผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้น

2. กลยุทธ์ระดับธุรกิจ (Business Strategy)

เป็น กลยุทธ์ที่บริษัทใช้เพื่อสร้างความได้เปรียบหรือเป็นต่อในการแข่งขันกับคู่ แข่งในตลาดหรืออุตสาหกรรมที่หน่วยธุรกิจของบริษัทดำเนินธุรกิจอยู่โดยตรง จากการนำทรัพยากรและความสามารถพิเศษของบริษัทมาทำให้เกิดความได้เปรียบทาง การแข่งขัน เพื่อให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ

2.1 กลยุทธ์ในการสร้างความแตกต่างในผลิตภัณฑ์และตราสินค้า

บริษัท มีรูปแบบของผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายเพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกสรรได้มากมาย บริษัท จึงมีการสร้างตราสินค้าให้เหมาะกับชนิด ประเภทของผลิตภัณฑ์ เพือให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายสามารถจดจำได้เป็นอย่างดี เช่น มันฝรั่ง ยี่ห้อ Ore-Ida ,  Meal  ยี่ห้อ Boston Market Home-Style , Weight Watcher ขนมหวาน ยี่ห้อ Smart Ones ผลิภัณฑ์ประเภท Snacks ที่มีชื่อเสียงที่สุดในอเมริกาที่รู้จักกันดี คือ Bagel Bites, TGI Friday’s เป็นต้น ทั้งนี้บริษัทได้สร้างตราสินค้าขึ้นใหม่กับตลาดต่างประเทศ เช่น ตราสินค้ายี่ห้อ Wattle ซึ่งเป็นตราสินค้า (Brand) ที่แข็งแกร่งมากในนิวซีแลนด์   ตราสินค้ายี่ห้อ Honing และ HAK ที่ยอมรับของชาวดัชท์  ตราสินค้ายี่ห้อ John West  , Petit Navire และ Greenseas ในประเทศออสเตรเลีย ซึ่งในอนาคตการมีสินค้าที่มีลักษณะ สินค้าชาตินิยม กำลังมีเพิ่มขึ้นในตรายี่ห้อของผลิตภัณฑ์

2.2 กลยุทธ์การเน้นเป็นผู้นำทางด้านต้นทุน

บริษัท มีแนวคิดในการที่จะนำเครื่องจักรและนวัตกรรมการผลิตที่ทันสมัยเข้ามาใช้ เพื่อให้เกิดกระบวนการผลิตที่รวดเร็วและได้คุณภาพที่สม่ำเสมอ รวมถึงการลดต้นทุนโดยเฉพาะค่าใช้จ่ายคงที่ การเพิ่มประสิทธิภาพด้าน Supply Chain ปรับ ปรุงการบริหารจัดการสินทรัพย์และสภาพคล่อง และการควบคุมค่าใช้จ่าย อันจักเป็นหนทางที่ทำให้บริษัทสามารถทำกำไรได้เพิ่มขึ้น และสามารถขยายตลาดให้กว้างขวาง ครอบคลุม พื้นที่ได้ อันจะทำให้บริษัทสามารถที่จะรักษาความเป็นผู้นำตลาดเครื่องปรุงรสและอาหารขบ เคี้ยวต่อไปอย่างยั่งยืน

2.3 กลยุทธ์การตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่งรวดเร็ว

จาก การเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการขายตรงโดยพนักงานของบริษัท การขายผ่านตัวแทนอิสระ ผู้ค้าปลีก ผู้ค้าส่ง ร้านค้าสหกรณ์ กลุ่มร้านค้าอิสระ (ร้านชำ) รวมถึงร้านขายยา ร้านค้าสโมสร ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารและสถาบันต่าง ๆ รวมทั้งโรงเรียน และหน่วยงานราชการ เป็นต้น

2.4 กลยุทธ์การเป็นผู้นำในด้านนวัตกรรมด้านบรรจุภัณฑ์

บริษัท ได้นำความเปลี่ยนแปลงในด้านรูปแบบของบรรจุภัณฑ์ ที่มีความเหมาะสมกับการใช้งาน อันถือได้ว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ ๆ ของบรรจุภัณฑ์ เช่น E-Z แบบ หัวฉีด อันเป็นรูปแบบใหม่ของขวดที่ใช้บรรจุเครื่องปรุงรสชนิดของเหลว ซึ่งเป็นส่วนช่วยให้บริษัทสามารถมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นในโลก ได้ถึง 15% – 60% (Hienz มีส่วนแบบตลาดในประเทศอังกฤษถึง 75% ซึ่ง เป็นผลโดยตรงกับรูปแบบของขวดรุ่นใหม่ โดยเฉพาะในร้านอาหารฟาสฟู้ดของชาวอเมริกันที่ได้รับความนิยมอย่างมาก รวมถึงการสร้างบรรจุภัณฑ์อาหารแช่แข็งและอาหารสำเร็จรูป ที่มีความโดดเด่นอย่งต่อเนื่อง Hienz มีความหวังว่า จะเป็นกลยุทธ์ที่ทำให้บริษัทเติบโตได้อย่งมั่นคงจากการเป็นผู้นำในด้านนวัตกรรม

3. กลยุทธ์ระดับหน้าที่ (Functional Strategy)

เพื่อ เป็นการสนับสนุนให้กลยุทธ์ระดับธุรกิจประสบความสำเร็จ กลยุทธ์ระดับหน้าที่ เป็นการกำหนดเพื่อให้แนวคิดเกิดออกมาเป็นรูปธรรม ที่สำคัญของ H. J. Heinz Company ได้แก่

3.1 กลยุทธ์ด้านการตลาด

– การ มุ่งเน้นการสร้างผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบสนองกลุ่มตลาดเป้าหมายให้มีความชัดเจน คือ การจำแนกกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย แล้วสร้างผลิตภัณฑ์ตอบสนองเฉพาะกลุ่มเพิ่มขึ้น เช่น เจ็ดแดเนียนสกริ้นซอส , มารินาดของโยชิดะ และคลาสซิคโกล้าต้าซอส ที่ใช้กับอาหารปิ้งย่างและในครัว เป็นต้น

– การ สร้างตรายี่ห้อสินค้าและการประกาศให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายเกิดการจดจำ เมื่อเกิดความต้องการในสินค้า ก็จะเลือกตรายี่ห้อสินค้าเป็นสำคัญ

– การขยายตลาดและการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายทั้งภายในประเทศสหรัฐอเมริกา รและต่างประเทศ ให้มีความครอบคลุม ให้ลูกค้าสามารถซื้อหาได้ ด้วยความสะดวก รวดเร็ว ที่สุด

– ด้านราคา จากการที่บริษัทมีการประกาศนโยบายตามกลยุทธ์การเติบโต และจากการกลยุทธ์การเน้นเป็นผู้นำทางด้านต้นทุนจะทำให้บริษัทสามารถขาย สินค้าได้ในราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่งในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน

3.2 กลยุทธ์ด้านการเงินและการลงทุน

– การหาแหล่งเงินทุนมีต้นทุนต่ำเพื่อใช้ในการสนับสนุนกลยุทธ์การเติบโตของบริษัท ด้วยวิธี Mergers strategyและ Acquisitions Strategy ให้เกิดต้นทุนทางการเงินต่ำที่สุด

– การปรับปรุงโครงสร้างทางการเงินให้มีอัตราส่วนทางการเงิน (Ratios) ที่เอื้ออำนวยต่อการดำเนินธุรกิจ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

– วิเคราะห์โครงการลงทุนแต่ละธุรกิจ เพื่อสนับสนุนแผนการดำเนินงานให้สอดคล้องกลยุทธ์การเติบโตของบริษัท โดยเน้นการลงทุนในธุรกิจที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีและขายทิ้งสำหรับธุรกิจ ที่ประสบผลขาดทุน

– ดำเนินการวางแผนการจัดการด้านภาษีอากร เช่น การโอนบัญชีทรัพย์สินออกจากบริษัทก่อนการควบรวมกิจการเพื่อประหยัดภาษี อทิเช่น กรณีการโอนบัญชีทรัพย์สินไปยัง SKF แล้วโอนควบรวมกิจการกับ Del Monte ในแนวทางของ Reverse Morris Trust เป็นต้น

3.3 กลยุทธ์ด้านการปรับโครงสร้างการบริหารองค์กร

– การจัดสายความรับผิดชอบการบริหารงาน แยกออกเป็นภูมิภาค (Zone) เพื่อให้สามารถประเมินผลการดำเนินงานได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น อันจะนำไปสู่การกำหนดลู่ทางการลดหรือขยายเป้าหมายในอนาคตต่อไป

– การกำหนดกลุ่มของอุตสาหกรรม โดยจำแนกกลุ่มสินค้าให้เกิดความชัดเจนในการบริหารงานและต้นทุน เพื่อการวัดผลการดำเนินงานที่แท้จริง

–  ปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ (Strem line) เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน

–  การลดขนาดธุรกิจ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวและยืดหยุ่นได้เพื่อการเติบโตอย่างรวดเร็ว

–  การดำเนินกิจกรรม การสร้างศูนย์กลางการผลิต (Operation Excel)

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s