การกำหนดกลยุทธ์สถานศึกษา


การกำหนดทิศทางของสถานศึกษา  โดยมีการกำหนดวิสัยทัศน์  พันธกิจ  เป้าประสงค์  และผลผลิตหลัก  ไว้ดังนี้

1.    วิสัยทัศน์(Vision)

วิสัยทัศน์   คือ ภาพในอนาคตของสถานศึกษาที่ผู้นำและสมาชิกทุกคนร่วมกันวาดฝันหรือจินตนาการขึ้น โดยมีพื้นฐานอยู่บนความเป็นจริงในปัจจุบัน เชื่อมโยงวัตถุประสงค์ ภารกิจ ค่านิยม และความเชื่อเข้าด้วยกัน พรรณนาให้เห็นทิศทางของสถานศึกษาอย่างชัดเจน มีพลังท้าทาย ทะเยอทะยาน และมีความเป็นไปได้ เน้นถึงความมุ่งมั่นที่จะทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ หรือดีที่สุดให้กับลูกค้าและสังคม  วิสัยทัศน์จะเกี่ยวกับการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ เป็นการตัดสินใจเกี่ยวกับการกำหนดทิศทาง เป็นการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับการอยู่รอด  สถานศึกษาจึงต้องมีวิสัยทัศน์เพราะเหตุ  ดังนี้

1)              วิสัยทัศน์สร้างพลังให้กับสถานศึกษา

2)              วิสัยทัศน์ทำให้ได้เปรียบในแข่งขัน

3)              วิสัยทัศน์ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

3.1)    ต้องการทำอะไรให้สำเร็จ  (ภารกิจ)

3.2)    ทำไมจึงต้องการทำให้สำเร็จ  (วัตถุประสงค์)

3.3)    คาดหวังผลเช่นไร (ผลที่คาดหวัง)

กระบวนการกำหนดวิสัยทัศน์นั้นทำได้หลายรูปแบบ แต่สิ่งที่ต้องมีเหมือนกันก็คือวิสัยทัศน์ กำหนดขึ้นโดยคณะผู้นำของสถานศึกษา ซึ่งกำหนดร่วมกันโดยการประชุมสัมมนาระดมความคิดเห็นวิสัยทัศน์ ต้องมีความชัดเจน ความยาวเหมาะสมกับโครงสร้าง ขนาด และลักษณะของสถานศึกษา บอกได้ว่าสถานศึกษาจะเป็นอย่างไร และทำอะไรในอนาคต รวมทั้งระบุความเชื่อที่เป็นพื้นฐานนำไปสู่วิสัยทัศน์นั้น วิสัยทัศน์ของแต่ละสถานศึกษา ควรมีเอกลักษณ์พิเศษเฉพาะตัว เพื่อจำแนกให้ความแตกต่างจากสถานศึกษาอื่นๆ ได้ นอกจากนี้วิสัยทัศน์ของแต่ละหน่วยงานย่อยในสถานศึกษาจะต้องสอดคล้องหรือสนับสนุนวิสัยทัศน์ของสถานศึกษาด้วย ซึ่งการสร้างวิสัยทัศน์มีกระบวนการ  ดังนี้

1)              การระบุวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน

1.1)                 ประชุมคณะทำงานออกแบบสร้างวิสัยทัศน์ให้แต่ละคนระบุเหตุการณ์ หรือการตัดสินใจในอดีต

1.2)                 ให้สมาชิกแต่ละคนเขียนวัตถุประสงค์ของเขาในการทำงานให้กับสถานศึกษา

1.3)                 เป็นกิจกรรมกลุ่ม ให้จินตนาการว่าในอนาคต ควรจะประสบความสำเร็จในด้านใด มีชื่อเสียงด้านใด บรรลุวัตถุประสงค์ข้อใดบ้าง หรือยังบกพร่องด้านใดบ้าง

1.4)                 กลุ่มอธิบายว่า ลักษณะของสถานศึกษาที่คาดหวังเป็นอย่างไร และสะท้อนให้เห็นถึงวัตถุประสงค์ของสถานศึกษาเพียงใด

1.5)                 นำข้อคิดที่ได้ทั้งหมดมารวมเข้าเป็นข้อความที่ระบุวัตถุประสงค์

1.6)                 พิจารณาว่าจะวัดหรือประเมินวัตถุประสงค์นั้นได้อย่างไร

2)              การระบุภารกิจให้ชัดเจน

เป็นการพิจารณาว่าสถานศึกษาของท่านควรจะทำอะไรที่พิเศษหรือยิ่งใหญ่ให้สังคม เมื่อเปรียบเทียบกับสถานศึกษาอื่นที่มีวัตถุประสงค์อย่างเดียวกันแล้ว พบว่าภารกิจสถานศึกษาของท่านควรแตกต่างจากสถานศึกษาเหล่านั้นอย่างไร ให้เขียนภารกิจลงไปให้ชัดเจน

3)              การวิเคราะห์สถานศึกษา

เนื่องจากวิสัยทัศน์ต้องอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง จึงจำเป็นต้องวิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อนของสถานศึกษา เพื่อดูความเป็นไปได้ และดูว่าอะไรทำให้สถานศึกษาของเราแตกต่างจากสถานศึกษาอื่นในวงการเดียวกัน อะไรคือสิ่งที่ลูกค้าคาดหวังจากเรา ขณะเดียวกันก็ให้วิเคราะห์สิ่งแวดล้อมของสถานศึกษาด้วย

4)              การสร้างวิสัยทัศน์

ย้อนกลับไปดูวัตถุประสงค์และภารกิจที่เขียนไว้แล้วนำมากำหนดเป็นวิสัยทัศน์พิจารณาความเป็นไปได้จากการวิเคราะห์สถานศึกษา แล้วปรับแก้ไขอีกครั้ง จากนั้นทดสอบประสิทธิผลของวิสัยทัศน์ที่เขียนโดยตอบคำถามให้ได้ว่าวิสัยทัศน์นั้นเป็นที่เข้าใจของคนในสถานศึกษา หรือวงการเดียวกันนี้หรือไม่ เราได้ดูความเป็นไปได้ของวิสัยทัศน์แล้วหรือยัง เป็นที่ชัดเจนหรือไม่ว่าเมื่อบรรลุตามวิสัยทัศน์แล้วจะเกิดผลอะไรขึ้นกับสถานศึกษา

2.    พันธกิจ (Mission)

พันธกิจคือ จุดมุ่งหมายพื้นฐานซึ่งแสดงเหตุผลหรืออธิบายว่าทำไมสถานศึกษาจึงถือกำเนิดขึ้นมาหรือดำรงอยู่ เป็นหลักการที่ใช้เป็นแนวทางในการตัดสินใจ กำหนดเป้าหมาย วัตถุประสงค์ และยุทธศาสตร์การวิเคราะห์ภารกิจหรือพันธกิจของสถานศึกษา (Mission Aanlysis) เพื่อตรวจสอบว่า งานหลักของสถานศึกษาที่ทำอยู่ในปัจจุบัน ยังมีความเป็นอยู่หรือไม่ พันธกิจใดควรยกเลิกเพราะเหตุใด พันธกิจใดควรดำรงอยู่เพราะเหตุใด และพันธกิจใดควรปรับเปลี่ยนใหม่หรือเพิ่มขึ้นใหม่ เพราะเหตุใด บุคลากรในสถานศึกษาต้องตระหนักว่าภาระกิจใดคือภารกิจหลัก ภารกิจรอง ซึ่งบางหน่วยงานหลงบทบาทหน้าที่ ไปทำภารกิจรองแทน ภารกิจหลักก็จะทำให้สถานศึกษานั้นมีปัญหาในการดำเนินงานได้ คำถามที่ควรใช้สำหรับพันธกิจของสถานศึกษามี  ดังนี้

1)              สถานศึกษาจัดขึ้นเพื่ออะไร

2)              จุดประสงค์ที่แท้จริงของเราคืออะไร นอกจากการทำกำไรแล้วสถานศึกษายังมีจุดมุ่งหมายอะไรอีก

3)              เอกลักษณ์หรือจุดเด่นเฉพาะของสถานศึกษาของเราคืออะไร

4)              กลุ่มผู้รับบริการ คือใครบ้าง

5)              บริการตัวเอกของเราในปัจจุบันคืออะไร และในอนาคตควรเป็นอะไร

6)              ส่วนบริการของสถานศึกษาในท้องถิ่นที่สำคัญทั้งในปัจจุบันและอนาคตคือส่วนบริการไหนบ้าง

7)              ขอบข่ายการบริการกว้างและครอบคลุมแค่ไหนในปัจจุบัน และในอนาคตจะเปลี่ยนไปอย่างไร

8)              สถานศึกษาของเราได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรจากที่เคยเป็นมาเมื่อ 3-5 ปีที่ผ่านมา

9)              ในอนาคตข้างหน้า 3-5 ปี สถานศึกษาของเราจะเปลี่ยนโฉมจากเดิมไปเป็นอะไรอย่างไร

10)        ผลประโยชน์ที่มุ่งหวังและต้องการมากที่สุดของเราคืออะไร และมีวิธีการวัดผลสำเร็จเหล่านั้นอย่างไร

11)        มีประเด็นแง่คิดเกี่ยวกับปรัชญาทางการศึกษาอะไรบ้างที่มีความสำคัญต่ออนาคตของสถานศึกษา เช่น เรื่องภาพพจน์ของสถานศึกษา ความเป็นผู้นำในกลุ่มสถานศึกษา บรรดาผู้ร่วมวิชาชีพหรือชุมชน ผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม ความสามารถในการคิดค้นพัฒนา ขนาดการเสี่ยง คุณภาพ ประสิทธิภาพผลผลิต วิธีการจัดการ ฯลฯ

12)        ควรต้องพิจารณาให้น้ำหนักความสำคัญต่อกลุ่มภายนอก เช่น ผู้มีส่วนได้เสีย ลูกค้า ชุมชน บุคลากรและอื่น ๆ ในเรื่องอะไรบ้างหรือไม่เมื่อได้มีการถามคำถามแล้วนำมาร่วมกันปรึกษาและพิจารณาออกความเห็นกันแล้ว จากนั้นก็จะ นำไปประมวลและเขียนขึ้นเป็นข้อความเพื่อนำมาพิจารณาอนุมัติอีกครั้ง

3.     เป้าประสงค์(Objective)

เป้าประสงค์ของสถานศึกษา หมายถึง การระบุหรือบอกให้ทราบเกี่ยวกับสิ่งที่สถานศึกษาจะทำให้ได้ หรือสิ่งที่สถานศึกษาต้องการจะเป็นสำหรับระยะเวลาใดเวลาหนึ่งที่อยู่ไกลออกไป เช่น อาจจะเป็น 3 ปีถึง 5 ปีก็ได้ เป้าประสงค์ที่กำหนดขึ้นมานี้ ในทางปฏิบัติควรจะต้องสามารถวัดผลได้ตามสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป้าประสงค์ระยะสั้น ซึ่งเป็นเป้าประสงค์จากการดำเนินงานที่เป็นผลงานประจำปี หรือที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า “annual operational” นั้นการระบุออกมาเป็นจำนวนตัวเลขที่ชัดเจนและวัดได้ นับว่าเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญยิ่ง ที่จะช่วยให้การวางแผนมีคุณภาพสำหรับที่จะนำมาใช้บริหารงานในทางปฏิบัติ แต่สำหรับเป้าประสงค์ระยะยาวนั้น โดยที่มีลักษณะเป็นการพิจารณาในทางกลยุทธ์ และมุ่งที่จะระบุให้เห็นถึงตำแหน่งฐานะที่ต้องการจะได้หรือต้องการจะเป็น มากกว่าการระบุถึงสิ่งที่จะทำให้เสร็จ การระบุเป้าประสงค์ระยะยาวจึงมีลักษณะเป็นการบรรยายความเป็นข้อความกะทัดรัด สั้น ๆ แต่ชัดเจน แต่ในเวลาเดียวกัน ขณะที่มีการจัดทำแผนดำเนินงานที่ทำควบคู่ตามกันมานั้นเอง การระบุเป้าประสงค์ออกเป็นเป้าหมายผลสำเร็จต่าง ๆ ที่แยกย่อยลงมาอย่างครบถ้วน และมีความชัดเจนในตัวเหล่านี้ ย่อมจะสามารถส่งผลสนับสนุนให้สถานศึกษาโดยส่วนรวมประสบผลสำเร็จเป็นไปตามที่ตั้งไว้ได้ ตัวอย่าเช่น ในกรณีของกิจการที่ทำธุรกิจด้านการให้บริการนั้น ในทางปฏิบัติ การกำหนดเป้าประสงค์ระยะยาวนั้น ขั้นตอนการจัดทำมักจะเริ่มจากการกำหนดจุดมุ่งหมาย การวิเคราะห์ทางกลยุทธ์ และการจัดวางกลยุทธ์ โดยภายใต้กระบวนการคิดและวิเคราะห์ทางกลยุทธ์ดังกล่าวนี้เอง การแยกแยะพิจารณาเป้าประสงค์ระยะยาวก็จะกระทำพร้อมกันไปแต่อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะมีการกำหนดเป้าประสงค์ระยะยาวออกมาจริงนั้น ๆ ในกระบวนการวางแผนและกระบวนการจัดทำแผน จะต้องมีการพิจารณาให้เห็นชัดเจนแยกกันระหว่างการวางแผนกลยุทธ์กับการวางแผนด้านดำเนินงาน

การคัดเลือกหรือกำหนดเป้าประสงค์ของสถานศึกษานั้น มักจะทำโดยการประชุมพิจารณากันในคณะกรรมการ ซึ่งส่วนมากมักจะดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้

1)              การร่วมพิจารณาถึงปัจจัยที่จะมีผลกระทบเกี่ยวข้องและสัมพันธ์กับการพิจารณาเป้าประสงค์ระยะยาว ทั้งนี้โดยพยายามคัดเลือกจัดลำดับปัจจัยทางกลยุทธ์ที่มีความสำคัญมากเป็นพิเศษจำนวนหนึ่ง โดยพิจารณาจากปัจจัยที่มีความสำคัญมากเป็นพิเศษ และสำคัญรองลงมาเป็นลำดับ

2)              พิจารณาลึกลงไปในแต่ละปัจจัยทางกลยุทธ์ เพื่อให้เห็นชัดว่าปัจจัยกลยุทธ์อันใดที่จะสามารถส่งผลกระทบหรือส่งผลต่อสถานศึกษา ให้สามารถเคลื่อนตัวเข้าไปสู่จุดมุ่งหมายและสนับสนุนต่อกลยุทธ์ที่กำหนดไว้ ผลกระทบหรือผลสำเร็จต่าง ๆ เหล่านี้ ควรจะต้องมีลักษณะขอบเขตกว้าง และมองเห็นได้ค่อนข้างชัด

3)              พิจารณาคัดเลือกและลงมติเห็นชอบร่วมกันเกี่ยวกับเป้าประสงค์ระยะยาวที่ต้อง กำหนดขึ้น

เป้าประสงค์ระยะยาวจึงหมายถึง การระบุสิ่งที่สถานศึกษาต้องการจะเป็นหรือต้องการที่จะทำให้ได้ผลในอนาคต ในสภาพทั่วไปนั้น การกำหนดเป้าประสงค์ระยะยาว มักจะกระทำโดยการเริ่มต้นด้วยการร่างข้อความขึ้นมาก่อนว่าต้องการจะให้ได้อะไร หรือต้องการจะเป็นอะไร มากกว่าที่จะมาจากการคิดอย่างรอบคอบ และมั่นใจว่าจะเป็นสิ่งที่สามารถจะทำให้สำเร็จลงได้จริงตามที่คาดคิด ดังนั้น จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้บริหารทุกคนจะต้องมีการตรวจสอบข้อความแต่ละขั้นหรือทั้งหมดตามเกณฑ์ต่าง ๆ ดังนี้ คือ

1)              การต้องสามารถวัดได้หรือตรวจนับได้

2)              การพิจารณาถึงความเป็นไปได้หรือโอกาสที่จะทำให้สำเร็จผลได้

3)              การต้องมีความคล่องตัวหรือปรับตัวได้

4)              การต้องให้ความสอดคล้องเข้ากันได้กับแผนงานอื่น ๆ

4.    ผลผลิตหลัก(Outputs)

ผลผลิตหลักของสถานศึกษา  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีภารกิจเกี่ยวกับการจัดและการส่งเสริมการศึกษาขั้นพื้นฐาน  จัดทำผลผลิตจำนวน 5 ผลผลิต ได้แก่ ผู้จบการศึกษาก่อนประถมศึกษา ผู้จบการศึกษาภาคบังคับ  ผู้จบการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย เด็กพิการได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานและพัฒนาสมรรถภาพ และเด็กด้อยโอกาสได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน  ดังนั้นสถานศึกษาจึงต้องดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายผลผลิตหลักที่กำหนดไว้ให้ครอบคลุมตัวชี้วัดทั้ง 4 ด้าน คือ ปริมาณ คุณภาพ เวลา และค่าใช้จ่าย

1)              ด้านปริมาณ

เป็นการกำหนดเป้าหมายจำนวนผู้รับบริการ  ในส่วนของสถานศึกษา  คือ  จำนวนนักเรียนระดับก่อนประถมศึกษา  การศึกษาภาคบังคับ  มัธยมศึกษาตอนปลาย  เด็กพิการ  และเด็กด้อยโอกาส

2)              ด้านคุณภาพ

เป็นการกำหนดเป้าหมายด้านคุณภาพที่สะท้อนให้เห็นว่าผลผลิตนั้นสอดคล้องกับความต้องการของผู้รับบริการและส่งผลให้เกิดผลลัพธ์ที่ต้องการในส่วนของสถานศึกษา  คือ  การกำหนดเป้าหมายของคุณภาพของนักเรียนที่สอดคล้องกับความต้องการของนักเรียนและส่งผลให้เกิดผลลัพธ์ของสถานศึกษา

3)              ด้านเวลา

เป็นการกำหนดเวลาที่ใช้ในการนำส่งผลผลิตหรือบริการ

4)              ด้านค่าใช้จ่าย

เป็นการกำหนดต้นทุน  ค่าใช้จ่ายในการผลิตผลผลิต  เป็นการกำหนดต้นทุนต่อหน่วยของนักเรียน

Advertisements

2 responses to “การกำหนดกลยุทธ์สถานศึกษา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s